Call Center : 0 2361 2727   |  A  A  A



โรคเลือดออกในสมอง


เลือดออกในสมองก่อให้เกิดความพิการ และเสียชีวิตได้   มีผลกับทั้งคนไข้ รวมถึงคนในครอบครัวที่ต้องมาดูแลด้วย การป้องกันไม่ให้เกิด จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยการดูแลสุขภาพ ตรวจเช็คร่างกายสม่ำเสมอ ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ก็จะลดการเกิดโรคได้ แต่ถ้ามีอาการหรือสงสัยว่าเรามีเลือดออกในสมอง ควรพบแพทย์ทางสมองอย่างรวดเร็ว จะทำให้การรักษาได้ผลดีขึ้น


เลือดออกในสมองพบได้บ่อยในประชากรทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40ปีขึ้นไป และมีโอกาสพบได้มากขึ้นในยุคปัจจุบันที่ชีวิตมีความเร่งรีบ ภาวะเครียดทางสังคม เศรษฐกิจ การใช้ชีวิตที่ไม่ได้ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ รวมทั้งการนอนไม่พอด้วย ถ้าเกิดเลือดออกในสมอง จะเกิดความพิการ หรือเสียชีวิตได้

เลือดออกในสมองเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยจะแบ่งอย่างง่ายๆ ได้ 2 ชนิด คือ

  1. เกิดจากเส้นเลือดสมองเอง
  2. เกิดจากภาวะอื่นๆ

 

  1. โรคหลอดเลือดสมองแตกจากเส้นเลือดสมองเอง
    1.1.เส้นเลือดฝอยแตกจากความดันโลหิตสูง
    1.2.เส้นเลือดใหญ่แตกจากภาวะโป่งพองของเส้นเลือด
    1.3.เส้นเลือดขอดในสมอง ซึ่งมีการพบแตกได้ตั้งแต่อายุน้อย
    1.4.เส้นเลือดแตก จากความผิดปกติอื่นๆ ของเส้นเลือด(พบไม่บ่อย)
  2. เกิดจากภาวะอื่นๆ
    2.1.อุบัติเหตุ
    2.2.เนื้องอกในสมอง
    2.3.โรคเลือด
    2.4.โรคตับ

อาการของโรคเลือดออกในสมอง

จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่เลือดออก ขนาดของก้อนเลือดและสาเหตุ    มีอาการดังนี้

  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ
  • อ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก อัมพฤกษ์ อัมพาต
  • พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว
  • ตามัว
  • ซึมลง หรือไม่รู้สึกตัว
  • ชัก

จะทราบได้อย่างไรว่ามีเลือดออกในสมอง

  1. ตรวจร่างกายโดยแพทย์ร่วมกับ
  2. ตรวจสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์ต่างๆ 
    2.1.CT scan ทราบผลเร็ว บอกได้ว่ามีเลือดออกหรือไม่ และออกตรงไหน
    2.2.MRI บอกได้ละเอียดรวมถึงบอกสาเหตุได้เกือบทั้งหมด (ถ้าตรวจร่วมกับ MRA และ/หรือ MRV)
    2.3.Angiogram (CT Brain) เป็นการตรวจอย่างละเอียด ดูการไหลเวียนของเลือดได้ครบ ในปัจจุบันสามารถทำเป็นภาพสามมิติได้

การรักษาเลือดออกในสมองในระยะฉุกเฉิน

ต้องทำแข่งกับเวลาเพื่อช่วยชีวิต ลดความพิการที่จะเกิดขึ้น โดยมีการรักษาดังนี้

  1. รักษาตามอาการ ด้วยการใช้ยา
  2. ผ่าตัดเจาะระบายน้ำในสมอง ทำในกรณีเกิดน้ำคั่งในสมองร่วมหรือเพื่อวัดและลดความดันในสมอง
  3. ผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ นำเลือดในสมองออกลดสมองบวม และแก้ไขสาเหตุที่เลือดออก
  4. การอุดรอยรั่วของโรค ซึ่งไม่ต้องมีแผลผ่าตัด สามารถทำได้โดยการอุด
  • ขดลวด กรณีเส้นเลือดโป่งพอง
  • กาว กรณีเส้นเลือดขอด

การรักษาต่อเนื่องหลังพ้นภาวะฉุกเฉิน

  1. การทำกายภาพบำบัด โดยจำเป็นต้องฟื้นฟูให้เหมาะสมกับผู้ป่วย
  2. การดูแลต่อเนื่อง เพื่อป้องกันภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายหลัง โดยเฉพาะภาวะน้ำคั่งในสมอง หรือชัก
  3. การป้องกันการเกิดซ้ำ โดยหมั่นวัดความดันโลหิต  เบาหวาน  ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น งดสูบบุหรี่  งดนอนดึก งดเครียดทั้งกายและใจ

 

สรุป เลือดออกในสมองก่อให้เกิดความพิการ และเสียชีวิตได้   มีผลกับทั้งคนไข้ รวมถึงคนในครอบครัวที่ต้องมาดูแลด้วย การป้องกันไม่ให้เกิด จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยการดูแลสุขภาพ ตรวจเช็คร่างกายสม่ำเสมอ ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ก็จะลดการเกิดโรคได้ แต่ถ้ามีอาการหรือสงสัยว่าเรามีเลือดออกในสมอง ควรพบแพทย์ทางสมองอย่างรวดเร็ว จะทำให้การรักษาได้ผลดีขึ้น

นพ.วิวัฒน์  จรัญเรืองธีรกุล





พูดคุยกับเจ้าหน้าที่